
เว็บไซต์ที่เคยทำเงินได้วันละหลายแสนกลับต้องพังทลายลงในชั่วข้ามคืน เพียงเพราะ Google ปล่อย Core Update ออกมาเพียงครั้งเดียว การสร้างเว็บไซต์เพื่อใช้หารายได้บนพื้นที่เช่าของอัลกอริทึมโดยหวังแค่เทคนิคสายเทาหรือเส้นทางลัดสั้นๆ คือสาเหตุที่ทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่ต้องวิ่งหาเอเจนซี่รับทำ SEO เจ้าใหม่มาคอยแก้ปัญหาไม่รู้จักจบสิ้น แต่ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองจากการไล่ตามจับทางอัลกอริทึม มาเป็นการสร้างเว็บไซต์ที่มีโครงสร้างภูมิคุ้มกันในตัวเอง เว็บไซต์ของคุณก็จะไม่ต้องหวาดผวาต่อรอยร้าวของการอัปเดตใดๆ อีกเลย
ความลับของเว็บที่มีสถานะ “อมตะ” ไม่ใช่การรู้ทันสูตรคำนวณของ Google แต่คือการสร้างเว็บที่คุณถือครองไพ่เหนือกว่าระบบค้นหา
อัลกอริทึมยุคใหม่ไม่ได้กวาดล้างเว็บเพียงเพราะคีย์เวิร์ดซ้ำซ้อน แต่กวาดล้างสิ่งที่เรียกว่า “ความไร้ตัวตน” เว็บไซต์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อกวาดทราฟฟิกโดยไม่มีตัวตนจริงในโลกออฟไลน์คือเป้าหมายแรกของการล้างบาง Google รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง มีองค์กรจริงไหม มีจดทะเบียน มีที่อยู่ มีเครือข่ายโซเชียลที่แอ็กทีฟ และมีการพูดถึงจากบุคคลอื่นภายนอกหรือไม่
ความลับของเว็บไซต์ที่อยู่รอดมาได้เกินสิบปีคือ พวกเขามีทราฟฟิกที่ไม่ได้มาจาก Google Search ในสัดส่วนที่สูงมาก เมื่อไหร่ก็ตามที่เว็บของคุณมี Direct Traffic, Referral Traffic หรือทราฟฟิกจาก Social Media รวมกันเกิน 40% Google จะประเมินทันทีว่าเว็บนี้เป็นแบรนด์มีตัวตนไม่ใช่แค่เว็บขยะที่รอจับคีย์เวิร์ดหาช่องโหว่ระบบการค้นหา
เว็บส่วนใหญ่พังเพราะมีเนื้อหาขยะสะสมไว้มากเกินไป เมื่อเวลาผ่านไป บทความเหล่านั้นจะกลายเป็นภาระเชิงเทคนิคที่ฉุดรั้งคะแนนโดยรวมของทั้งโดเมน วิธีแก้ก็คืออย่าเสียดายบทความเก่าที่ไม่สร้างคุณค่า ให้ลบเพจที่ไม่มีคนเข้าและไม่มีประโยชน์ทิ้งหรือทำการควบรวมบทความสั้นๆ 5-10 บทความที่มีเนื้อหาทับซ้อนกัน ให้กลายเป็นคู่มือฉบับสมบูรณ์เพียงหน้าเดียว
หากตั้งใจทำเว็บไซต์มาเพื่ออยู่ยาวๆเป็น 10-20 ปี แนะนำว่าให้ทำตาม 3 ข้อที่กล่าวไปจะดีที่สุดครับ ถ้าเราพึ่งพา Google เพียงช่องทางเดียว เราอาจลำบากได้ ให้หา Traffic จากหลากหลายช่องทางเข้ามายังเว็บไซต์ จะทำให้เว็บไซต์ของเรายืนระยะได้นานนั่นเองครับ