
ถ้าหน้าเว็บไซต์ของคุณดูดี แต่ระบบหลังบ้านพังยับเยิน เพราะการฝืนทำไปทั้งที่โครงสร้างยังไม่พร้อม ก็ไม่ต่างอะไรกับการเทเงินลงแม่น้ำ ต่อให้คุณจ้างบริการรับทำ SEO ติดหน้าแรกระดับมือพระกาฬมาช่วยดึงคนเข้าเว็บไซต์ แต่ถ้าเปิดมาเจอ 3 หลุมพรางนี้ ลูกค้าก็กดปิดหนีภายใน 2 วินาทีอยู่ดี แทนที่จะได้ยอดขาย คุณกลับจะได้อัตรา Bounce Rate พุ่งกระฉูดจนกู่ไม่กลับแทน
แทนที่จะพูดเรื่องเดิมๆ อย่าง “ทำเว็บให้เร็ว” หรือ “เขียนคอนเทนต์ที่ดี” ซึ่งใครๆ ก็รู้กันอยู่แล้ว เรามาเจาะลึก 3 จุดตายระเบิดงบประมาณที่คุณอาจมองข้ามไปสนิทกันดีกว่า
หลายคนลบสินค้าที่หมดไปแล้ว ลบหน้าโปรโมชั่นเก่าๆ ทิ้ง แล้วปล่อยให้มันขึ้นหน้า 404 Error เฉยๆ เพราะคิดว่าไม่เป็นไร หรือร้ายกว่านั้นคือปล่อยลิงก์เสียคาไว้ในระบบ
รู้ไหมว่าการปล่อยให้ Google Bot เข้ามาไต่เว็บแล้วเจอทางตันซ้ำๆ มันทำให้เว็บไซต์ของคุณดูเหมือนตึกร้างในสายตา Search Engine วิธีแก้ไม่ใช่แค่สร้างหน้า 404 สวยๆ แต่คือการเคลียร์เว็บไซต์ของคุณให้ชัดเจน
ถ้าบอทเข้ามาแล้วเจอแต่ขยะ พลังของเว็บไซต์ ที่ควรจะส่งไปยังหน้าขายดีของคุณ ก็จะถูกกระจายหายไปกับความว่างเปล่า ทำเท่าไหร่ก็ไม่ติดอันดับสักที
หนึ่งในเหตุผลที่ทำ SEO เท่าไหร่ก็ไม่โต เพราะคุณกำลังสร้างเนื้อหาภายในเว็บไซต์ขึ้นมาแข่งกันเอง
ลองเช็คดูว่า เว็บไซต์ของคุณมีหน้าบทความหรือหน้าสินค้าที่ใช้คำค้นหาหลัก (Focus Keyword) ซ้ำๆ กันเกินไปไหม เช่น มีหน้า วิธีเลือกซื้อกระทะ อยู่แล้ว 3 บทความ เพราะคิดว่าเขียนเยอะๆ จะได้ติดอันดับดี แต่ความจริงคือ Google จะเกิดความสับสนว่าควรเอาหน้าไหนขึ้นไปแสดงผลกันแน่ สุดท้ายมันจะดึงอันดับของทุกหน้าลงมาอยู่ในจุดที่ไม่ดีหรือจุดที่ไม่มีใครเห็น
วิธีรื้อโครงสร้างใหม่ จับหน้าที่มีเนื้อหาแนวเดียวกันมารวมร่าง ให้กลายเป็น Master Content ชิ้นเดียวที่ลึกและแน่นที่สุด ส่วนหน้าย่อยๆ ที่เหลือให้ทำ Link เชื่อมโยงกลับมา หรือตั้งค่า rel=”canonical” ชี้เป้าไปที่หน้าหลัก เพื่อบอก Google ว่า “นี่คือหน้าตัวจริงเสียงจริง หน้าอื่นเป็นแค่ส่วนขยายนะ”
และนี่ก็อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ทำ SEO อยู่นานหลายเดือนหรือเป็นปี อันดับเว็บไซต์ก็ยังไม่ติดหน้าแรกสักที แต่จริงๆแล้วสาเหตุการทำ SEO แล้วอันดับไม่ขึ้นมีหลากหลายสาเหตุที่ต้องมานั่งวิเคราะห์หาปัญหากันไปทีละจุด เพราะการทำ SEO ต้องสู้กับอัลกอริทึ่มของ Google ที่มีมากมายเหลือเกินนั่นเองครับ